
ในปัจจุบัน ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมจะต้องแข่งขันกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อนำเสนอช่องทางที่ช่วยเพิ่มรายได้ สร้างจุดขายที่แตกต่างให้แก่ลูกค้า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจึงได้พัฒนาการให้บริการที่เน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expenses - OpEx) และค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capital Expenditures - CapEx) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร และในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูง ทุกฝ่ายล้วนมีความเห็นตรงกันว่า ไอพี (IP) จะเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน สำหรับเครือข่ายในอนาคต และจะเข้ามาทดแทนระบบโครงข่ายแบบ TDM ( PSTN,PLMN ) เดิมในที่สุด โดยทั่วไปในวงการอุตสาหกรรมจะเรียกโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตนี้ว่า เครือข่ายแห่งอนาคต (next-generation network - NGN) เป็นโครงข่ายโทรคมนาคมที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต่างๆ กำลังพัฒนาเพื่อที่จะทลายกำแพงกั้นโครงข่ายต่างๆในปัจจุบัน สามารถรองรับบริการโทรคมทุกประเภท โดยการรวมทุกโครงข่ายทั้งโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ บริการอินเตอร์เน็ต รวมถึงบริการสื่อสารทุกประเภททั้งเสียง (Voice) และข้อมูล (Data) เข้าด้วยกันภายใต้โครงข่าย IP ที่มีการรับส่งข้อมูลแบบ Packet
Next Generation Network (NGN) ถูกนิยาม โดย ITU-T ว่าคือ เป็นเครือข่ายแบบ packet-based ที่สามารถรองรับบริการอันหลากหลายในการสื่อสารโทรคมนาคมได้ และสามารถเชื่อมต่อใช้โครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงได้หลากหลาย โดยมีคุณภาพของข้อมูลการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Qos; Quality of Service) ในการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมประเภทต่างๆ โดยไม่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครือข่ายของผู้ให้บริการที่มีความแตกต่างกัน ทั้งยังรองรับการใช้งานแบบเคลื่อนที่ซึ่งรองรับให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใช้โครงข่ายได้ทุกหนแห่ง ซึ่งมีผู้ให้บริการหลายรายได้พัฒนาสู่เครือข่าย IP NGN กันบ้างแล้ว ถึงแม้ว่าจะใช้คำศัพท์ที่เรียกต่างออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ให้บริการจะใช้แนวคิดพื้นฐานเดียวกัน ในวิสัยทัศน์เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ในอนาคตของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ตัวอย่างเช่น AT&T กำลังพัฒนา NGN ภายใต้โครงการ “Concept of One, Concept of Zero” ในขณะที่ British Telecom เรียก NGN ว่า “เครือข่ายสำหรับศตวรรษที่ 21” ทั้งนี้ผู้ให้บริการแต่ละรายจะพัฒนาไป สู่เครือข่าย IP NGN ตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับความต้องการ ทางด้านธุรกิจและกฎระเบียบ
Next Generation Network (NGN) ถูกนิยาม โดย ITU-T ว่าคือ เป็นเครือข่ายแบบ packet-based ที่สามารถรองรับบริการอันหลากหลายในการสื่อสารโทรคมนาคมได้ และสามารถเชื่อมต่อใช้โครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงได้หลากหลาย โดยมีคุณภาพของข้อมูลการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Qos; Quality of Service) ในการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมประเภทต่างๆ โดยไม่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครือข่ายของผู้ให้บริการที่มีความแตกต่างกัน ทั้งยังรองรับการใช้งานแบบเคลื่อนที่ซึ่งรองรับให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใช้โครงข่ายได้ทุกหนแห่ง ซึ่งมีผู้ให้บริการหลายรายได้พัฒนาสู่เครือข่าย IP NGN กันบ้างแล้ว ถึงแม้ว่าจะใช้คำศัพท์ที่เรียกต่างออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ให้บริการจะใช้แนวคิดพื้นฐานเดียวกัน ในวิสัยทัศน์เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ในอนาคตของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ตัวอย่างเช่น AT&T กำลังพัฒนา NGN ภายใต้โครงการ “Concept of One, Concept of Zero” ในขณะที่ British Telecom เรียก NGN ว่า “เครือข่ายสำหรับศตวรรษที่ 21” ทั้งนี้ผู้ให้บริการแต่ละรายจะพัฒนาไป สู่เครือข่าย IP NGN ตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับความต้องการ ทางด้านธุรกิจและกฎระเบียบ
สำหรับเครือข่าย IP NGN ประกอบด้วยการผนวกรวม (Convergence) พื้นฐานใน 3 ส่วน สำหรับผู้ให้บริการในปัจจุบัน:
■ การผนวกรวมแอพพลิเคชั่น เป็รการผนวกรวมบริการใหม่ๆ ทางด้านข้อมูล เสียง และวิดีโอ บนโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์เดียวกัน
■ การผนวกรวมแอพพลิเคชั่น เป็รการผนวกรวมบริการใหม่ๆ ทางด้านข้อมูล เสียง และวิดีโอ บนโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์เดียวกัน
■ การผนวกรวมบริการ ซึ่งผู้ให้บริการกำลังพัฒนาไปสู่การนำเสนอ “Triple Play ทุกที่ทุกเวลา” ซึ่งผนวกรวมบริการด้านเสียง วิดีโอ ข้อมูล และบริการไร้สายเข้าด้วยกัน การผนวกรวมบริการดังกล่าว จะครอบคลุมการเข้าถึง และควบคุมเครือข่ายที่สามารถรองรับเทคโนโลยีที่หลากหลาย และทำงานร่วมกับสื่อเครือข่ายต่างๆได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นโมบาย, ไวร์เลส, เคเบิล, DSL หรืออีเธอร์เน็ต
■ การผนวกรวมเครือข่าย ผู้ให้บริการกำลังพัฒนาจากแนวทางการติดตั้ง จัดการ และดูแลรักษาหลายๆ เครือข่ายที่รองรับแต่ละบริการ ไปสู่แนวทางการนำเสนอบริการทั้งหมด บนเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งโดยมากเป็นเครือข่ายบนมาตรฐาน IP Multiprotocol Label Switching (IP MPLS)
โครงข่ายโทรคมนาคมในอนาคตจะไม่แยกเป็นโครงข่ายเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่อาจจะเรียกได้ว่ารวมเป็นหนึ่งโครงข่ายเท่านั้น โดยข้อมูลที่ใช้สำหรับการสื่อสารทุกชนิดในโลก ทั้ง การสนทนาเสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ข้อมูล เป็นต้น โดยข้อมูลจะถูกแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัลในรูปชุดข้อมูล แพ็กเก็ต (Packet-Based Network) แบบ Internet Protocol (IP) หรือเป็นลักษณะการใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเป็น IP เมื่อข้อมูลเป็น แพ็กเก็ต แล้ว คนส่งกับคนรับ รู้ก็จะทำการแปลข้อมูลให้เข้าใจตรงกัน ไม่ว่าข้อมูลจะส่งผ่านเครือข่ายโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ ดาวเทียม ใยแก้วนำแสง หรือวิทยุ หรือโทรทัศน์ก็ตาม ตลอดจนการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นในบ้าน จะสามารถสื่อสารเข้าใจข้อมูลร่วมกันได้ และเกิดเป็นการหลอมรวมทางเทคโนโลยีต่อไป (Convergence of Technology) ในอนาคต
การประยุกต์ใช้งาน NGN
ความสามารถในการให้บริการบน NGN ข้อแรกคือ ความสามารถของโครงข่ายที่จะประกันคุณภาพบริการ (Quality of Service หรือ QoS) เพื่อจอง bandwidth ที่จำเป็นต้องใช้ในการสื่อสาร เพื่อให้การติดต่อทางเสียงและภาพมีคุณภาพดีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นคุณสมบัติจำเป็นข้อแรก (1st mandatory characteristics) ในการเป็น Social infrastructure ยุคต่อไปแทนโครงข่ายโทรศัพท์ fixed line, mobile และ data ในปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจให้บริการบน NGN สำหรับกลุ่มผู้ใช้องค์กร (NGN for Business) และบริการที่มีประโยชน์ต่อสังคม (NGN for Society) เริ่มมีผู้ให้บริการกันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างจากในต่างประเทศ เป็นบริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในชิวิตประจำวัน (NGN for Life) NGN สามารถนำมาให้บริการที่ให้ความบันเทิงหรือความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้มากมาย เช่น บริษัท NTT ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ใหับริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น และของโลกได้เริ่มทำบริการทดลอง ( Field Trial ) ของ NGN จากปลายปีค.ศ. 2006 เป็นเวลาประมาณ 1 ปี โดยในชั้นแรกมีการสร้างโชว์รูมขึ้นที่เมืองโตเกียว และโอซาก้าที่เรียกว่า NOTE (NGN Open Trial Exhibition) เพื่อแสดงบริการและเครื่องของผู้ใช้งานในยุค NGN ให้กับผู้เข้าชม และมีกลุ่มบริการ NGN for Life ซึ่งประกอบด้วยตัวอย่างบริการดังต่อไปนี้
(1) High Definition TV phone เป็นบริการ IP TV phone คุณภาพสูงที่มีการใช้ QoS ควบคุมคุณภาพระดับภาพเป็น High Definition และระดับเสียงเป็นสเตอริโอใช้ bandwidth 20KHz สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกันสามารถที่จะพูดคุยเห็นหน้าค่าตากันได้โดยใช้งานผ่านโครงข่าย NGN แทนการได้ยินแต่เสียงอย่างเดียวอย่างเช่นโทรศัพท์พื้นฐานปัจจุบัน
(2) High Definition Video on demand Delivery service เป็นบริการที่ผู้ใช้สามารถเลือกชม video program คุณภาพสูงระดับ High Definition แบบ video on demand โดยใช้เทคโนโลยี QoS ของ NGN และ codec H.264 รวมถึง IP Multicast สมาชิกในครอบครัวสามารถเลือกชมรายการที่อยากชมร่วมกันได้ในเวลาที่ทุกคนพร้อมหน้ากันอย่างสะดวกผ่านโครงข่าย NGNเดียวกัน
( 3) Retransmission of Digital Terrestrial Television (DTT) over NGN service เป็นบริการที่สามารถรับชมรายการโทรทัศน์โดยผ่านทางโครงข่าย NGN แทน บริการนี้ใช้เทคโนโลยี IP multicast เพื่อส่งรายการโทรทัศน์แบบ real time
(4) Home security control service เป็นบริการตรวจสอบความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยและคนในครอบครัวโดยใช้ web camera และ sensor ดูสภาพทางบ้านเมื่อเราอยู่ในสถานที่อื่น เช่น บริษัท ผ่าน NGN
การประยุกต์ใช้งาน NGN
ความสามารถในการให้บริการบน NGN ข้อแรกคือ ความสามารถของโครงข่ายที่จะประกันคุณภาพบริการ (Quality of Service หรือ QoS) เพื่อจอง bandwidth ที่จำเป็นต้องใช้ในการสื่อสาร เพื่อให้การติดต่อทางเสียงและภาพมีคุณภาพดีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นคุณสมบัติจำเป็นข้อแรก (1st mandatory characteristics) ในการเป็น Social infrastructure ยุคต่อไปแทนโครงข่ายโทรศัพท์ fixed line, mobile และ data ในปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจให้บริการบน NGN สำหรับกลุ่มผู้ใช้องค์กร (NGN for Business) และบริการที่มีประโยชน์ต่อสังคม (NGN for Society) เริ่มมีผู้ให้บริการกันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างจากในต่างประเทศ เป็นบริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในชิวิตประจำวัน (NGN for Life) NGN สามารถนำมาให้บริการที่ให้ความบันเทิงหรือความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้มากมาย เช่น บริษัท NTT ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ใหับริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น และของโลกได้เริ่มทำบริการทดลอง ( Field Trial ) ของ NGN จากปลายปีค.ศ. 2006 เป็นเวลาประมาณ 1 ปี โดยในชั้นแรกมีการสร้างโชว์รูมขึ้นที่เมืองโตเกียว และโอซาก้าที่เรียกว่า NOTE (NGN Open Trial Exhibition) เพื่อแสดงบริการและเครื่องของผู้ใช้งานในยุค NGN ให้กับผู้เข้าชม และมีกลุ่มบริการ NGN for Life ซึ่งประกอบด้วยตัวอย่างบริการดังต่อไปนี้
(1) High Definition TV phone เป็นบริการ IP TV phone คุณภาพสูงที่มีการใช้ QoS ควบคุมคุณภาพระดับภาพเป็น High Definition และระดับเสียงเป็นสเตอริโอใช้ bandwidth 20KHz สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกันสามารถที่จะพูดคุยเห็นหน้าค่าตากันได้โดยใช้งานผ่านโครงข่าย NGN แทนการได้ยินแต่เสียงอย่างเดียวอย่างเช่นโทรศัพท์พื้นฐานปัจจุบัน
(2) High Definition Video on demand Delivery service เป็นบริการที่ผู้ใช้สามารถเลือกชม video program คุณภาพสูงระดับ High Definition แบบ video on demand โดยใช้เทคโนโลยี QoS ของ NGN และ codec H.264 รวมถึง IP Multicast สมาชิกในครอบครัวสามารถเลือกชมรายการที่อยากชมร่วมกันได้ในเวลาที่ทุกคนพร้อมหน้ากันอย่างสะดวกผ่านโครงข่าย NGNเดียวกัน
( 3) Retransmission of Digital Terrestrial Television (DTT) over NGN service เป็นบริการที่สามารถรับชมรายการโทรทัศน์โดยผ่านทางโครงข่าย NGN แทน บริการนี้ใช้เทคโนโลยี IP multicast เพื่อส่งรายการโทรทัศน์แบบ real time
(4) Home security control service เป็นบริการตรวจสอบความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยและคนในครอบครัวโดยใช้ web camera และ sensor ดูสภาพทางบ้านเมื่อเราอยู่ในสถานที่อื่น เช่น บริษัท ผ่าน NGN
(5) Child Guardian service เป็นบริการที่ใช้หุ่นยนต์ที่มีกล้องติดอยู่คอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเด็ก โดยผู้ปกครองสามารถส่ง mail เพื่อสั่งหุ่นยนต์ได้
NGN ถือเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายยุคใหม่ทางเลือกหนึ่งที่น่าจับตามอง ด้วยจุดเด่นในการรวมการสื่อสารด้านเสียงและข้อมูลไว้ในเครือข่ายเดียวกัน นอกจากนี้แรงผลักดันหลักที่จะช่วยให้ NGN เป็นที่ต้องการของผู้ให้บริการก็คือ การลดต้นทุนในการให้บริการเครือข่าย และความสามารถในการสร้างแนวทางในการให้บริการใหม่ๆ โดยโครงสร้างแบบ IP จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างบริการได้หลายรูปแบบทั้งด้านเสียง ข้อมูล วิดีโอ และมัลติมีเดีย รวมไปถึงแนวคิดการทำงานของ NGN ที่ยิ่งขยายโครงข่ายเพิ่มก็จะมีต้นทุนการติดตั้งที่ลดลง เนื่องจากผู้ให้บริการจะได้ประโยชน์จากคุณสมบัติด้านการบริหารโครงข่ายที่จะช่วยลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการ, การเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายที่มากขึ้น รวมทั้งโอกาสในการทำรายได้จากแอพพลิเคชั่นที่มากขึ้น
NGN ถือเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายยุคใหม่ทางเลือกหนึ่งที่น่าจับตามอง ด้วยจุดเด่นในการรวมการสื่อสารด้านเสียงและข้อมูลไว้ในเครือข่ายเดียวกัน นอกจากนี้แรงผลักดันหลักที่จะช่วยให้ NGN เป็นที่ต้องการของผู้ให้บริการก็คือ การลดต้นทุนในการให้บริการเครือข่าย และความสามารถในการสร้างแนวทางในการให้บริการใหม่ๆ โดยโครงสร้างแบบ IP จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างบริการได้หลายรูปแบบทั้งด้านเสียง ข้อมูล วิดีโอ และมัลติมีเดีย รวมไปถึงแนวคิดการทำงานของ NGN ที่ยิ่งขยายโครงข่ายเพิ่มก็จะมีต้นทุนการติดตั้งที่ลดลง เนื่องจากผู้ให้บริการจะได้ประโยชน์จากคุณสมบัติด้านการบริหารโครงข่ายที่จะช่วยลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการ, การเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายที่มากขึ้น รวมทั้งโอกาสในการทำรายได้จากแอพพลิเคชั่นที่มากขึ้น
ในส่วนของประเทศไทยนั้น สภาพแวดล้อมในปัจจุบันกำลังเปิดโอกาสให้กับเทคโนโลยีเครือข่ายยุคใหม่เป็นอย่างยิ่ง ทั้งปัจจัยหนุนจากสภาพการแข่งขันในธุรกิจให้บริการสื่อสาร รวมถึงนโยบายของภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ และที่สำคัญคือนโยบายในการผลักดันโครงการบรอดแบนด์ราคาถูกของกระทรวงไอซีที ที่ส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างมากมาย และเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการลงทุนในการพัฒนาโครงข่ายเพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคต
อ้างอิง จาก
http://www.nectec.or.th/bid/mkt_info_tech_NGN.htm
http://www.mvt.co.th/viewnews.php?cid=3&nid=73&page=11
http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=20&post_id=5034
http://www.ciscothailand.com/global/TH/technology/articles/ip_ngn.shtml
http://www.adslthailand.com/forum/viewtopic.php?t=72845
http://www.adslthailand.com/forum/viewtopic.php?t=71379
http://www.mvt.co.th/viewnews.php?cid=3&nid=73&page=11
http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=20&post_id=5034
http://www.ciscothailand.com/global/TH/technology/articles/ip_ngn.shtml
http://www.adslthailand.com/forum/viewtopic.php?t=72845
http://www.adslthailand.com/forum/viewtopic.php?t=71379

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น